ผู้เขียน หัวข้อ: คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ ลูกย่าโมสะใภ้อินเตอร์ประเทศฟินแลนด์  (อ่าน 1517 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 530
    • ดูรายละเอียด
คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ ลูกย่าโมสะใภ้อินเตอร์ประเทศฟินแลนด์

เครดิต http://www.komchadluek.net/ : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ

สาวน้อยเมืองย่าโมที่ดำเนินชีวิตเฉกเช่นเดียวกับผู้คนทั่วไป เรียนหนังสือ ทำงาน แต่งงานและมีโซ่ทองคล้องใจในวัยเพียงแค่ 20 เศษๆ ของ "บุญศรี พิลา" ซึ่งที่สุดแล้วชีวิตรักกับสามีที่เป็นคนชาติเดียวกันกลับไปไม่รอด เมื่อเดินหน้าต่อไปรังแต่จะทำให้ความหมางเมินมากไปกว่านี้ ทั้งคู่จึงหยุดความสัมพันธ์ บุญศรีต้องเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูกสาว "น้องแจง" ซึ่งขณะนั้นกำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต
ไม่ง่ายเลยกับการกัดฟันพาตัวเองและลูกสาวให้มีกินมีใช้ในแต่ละวัน อาชีพรับจ้างซักรีดที่ต้องผจญกับความร้อนจากอากาศและจากการรีดผ้า แม้จะทำให้ท้อบ้าง แต่เมื่อมองหน้าลูกสาวแล้ว ความร้อนจากอากาศกลับเป็นความอบอุ่นทางใจ "สู้..เราต้องสู้เพื่อลูก"
แปดปีที่แล้ว วันหนึ่งอาแท้ๆ ที่ไปปักหลักอยู่ประเทศฟินแลนด์มาชักชวนให้ไปทำงานรับจ้างเก็บผลไม้ป่าในประเทศฟินแลนด์ ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนของทุกปี รายได้ดี เห็นอาไปทำแล้วมีรายได้กลับมาเป็นกอบเป็นกำ และงานก็ทำเพียง 3 เดือนก็ได้เดินทางกลับ ไม่ต้องไปปักหลักอยู่ที่นั่น ทำให้ "บุญศรี" ตัดสินใจรับคำชวน เพราะอยากได้เงินสักก้อนมาให้ลูกสาว ได้มีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น
ความหนาวเหน็บในระหว่างทำงาน ช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการซักอบรีด แต่ความทุกข์ทรมานไม่ต่างกัน การก้มเงยไปเก็บผลไม้ในป่า ทำให้ปวดเมื่อยไปทั้งตัว แต่การได้อยู่กับธรรมชาติ ทำให้มีเวลาคิด ทั้งเรื่องอดีตและอนาคต รวมไปถึงสิ่งสวยงามในชีวิตที่ผ่านเข้ามา ถือเป็นการทำงานที่คุ้มค่าครั้งหนึ่งในชีวิต
เมื่อฤดูกาลเวียนมาถึงอีกปี "บุญศรี" ได้เดินทางไปทำงานเก็บผลไม้ป่าเป็นปีที่สอง คราวนี้เธอได้พบกับ "นิคลัส บึกเมสตัส " อายุมากกว่าเธอ 6 ปี หนุ่มโสดชาวฟินแลนด์ หัวหน้าฝ่ายขายไม้และอุปกรณ์การก่อสร้างบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ในช่วงวันหยุดพักผ่อน มีโอกาสได้เที่ยวพักผ่อนกับเพื่อนๆ คนไทย จนได้พบกับชายหนุ่มด้วยความบังเอิญ
"ช่วงนั้นบรรยากาศดี ผมไปดื่มกาแฟกับเพื่อนๆ ในตัวเมืองเปียตาซาริ เรานั่งอยู่โต๊ะข้างๆ กัน ไม่ไกลกันมาก คุณบุญศรีก็มากับเพื่อนของเขา ผมได้ยินทั้งสองคนคุยกันเป็นภาษาไทยก็เลยสนใจ เห็นหน้าเขาก็รู้สึกตกหลุมรักคนนี้ จึงเข้าไปนั่งคุยด้วยทันที คุณบุญศรียังไม่เข้าใจภาษาฟินแลนด์มากนัก ผมจึงได้โอกาสสอนภาษาฟินแลนด์ให้เขาด้วย” นิคลัส ย้อนอดีต
การพบเจอกันในครั้งแรก นิคลัสถามได้เพียงชื่อ ที่อยู่ พูดภาษาอะไรได้ ส่วนมากทั้งคู่นั่งยิ้มนั่งมองหน้ากัน เพราะช่วงนั้นต่างก็ยังไม่เข้าใจภาษากันมากนัก สาวเจ้าเองก็ยังไม่ได้รับรัก แต่ก็ไม่ได้รังเกียจที่จะมีคนเข้ามาทักทายและทำความรู้จัก ทั้งคู่จึงเริ่มทำความรู้จักกัน ก่อนจากกันได้แลกเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นก็ติดต่อกันเรื่อยมา
"เราทั้งคู่ได้พบเจอกันครั้งเดียว นอกนั้นเป็นการโทรศัพท์พูดคุยกัน อาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง จนครบกำหนดต้องเดินทางกลับเมืองไทย คุณนิคลัสเขาก็ขอเบอร์โทรศัพท์ที่เมืองไทย แล้วเราก็โทรศัพท์คุยกัน ช่วงนั้นก็พอคุยกันรู้เรื่อง เพราะเมื่อมาอยู่เมืองไทยก็พยายามเรียนภาษาฟินแลนด์ตลอด คุณนิคลัสเองเขารู้ว่าเราไม่เก่งภาษาก็จะใช้คำศัพท์ไม่ยากในการสื่อสารกัน”
หลังจากกลับจากฟินแลนด์ นิคลัสโทรศัพท์มาคุยกันนาน 4 เดือน ชายหนุ่มเริ่มบอกคิดถึง นานๆ เข้าจึงบอกรัก การทำความรู้จักกันนานเกือบ 1 ปี โทรศัพท์สอบถามสารทุกข์สุกดิบอยู่เป็นประจำ ทำให้บุญศรีประทับใจในความสม่ำเสมอ รู้สึกอุ่นใจเหมือนว่าชายหนุ่มอยู่ใกล้ๆ ตลอด และรู้สึกถึงความสนิทสนมกันมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นเพียงพูดคุยกันทางไกล
จนเมื่อถึงฤดูเก็บผลไม้ป่าเวียนมาถึงทั้งคู่จึงได้พบเจอกันอีกครั้ง การนัดเจอกัน นิคลัสชวนมาดื่มกาแฟที่บ้าน แต่บุญศรีก็ยังไม่กล้าที่จะไปเพียงลำพัง จึงชวนอาและเพื่อนคนไทยไปด้วย หลังจากนั้นทั้งคู่ได้นัดเจอกันเรื่อยๆ ครั้งหลังๆ ฝ่ายนิคลัสเริ่มเข้ามาทำความรู้จักกับญาติของหญิงสาว ไม่นานฝ่ายชายตัดสินใจขอแต่งงาน
“คุณนิคลัสเขาขอกับเราก่อนแล้วค่อยไปพูดกับอาอีกครั้ง ตอนนั้นคิดว่ามั่นใจแล้วว่าจะแต่งงาน เราเองไม่ใช่สาวๆ เป็นผู้ใหญ่แล้ว ส่วนนิคลัสก็เป็นคนโสด ส่วนเรามีลูกติดอยู่ที่เมืองไทยจึงตอบตกลง ที่ประทับใจคือเชื่อว่าเขาดูแลเราได้เป็นอย่างดี นอกนั้นเขาไม่สูบบุหรี่ และดื่มไม่มาก พูดคุยกันเข้าใจก็ตกลงแต่งงานกับเขา เมื่อปี 2550 และย้ายไปอยู่ที่ประเทศฟินแลนด์”
หลังแต่งงานทั้งคู่ต่างต้องปรับตัวหลายเรื่อง ทั้งการใช้ชีวิต อาหารการกิน สังคม วัฒนธรรม มีทะเลาะกันบ้าง แต่หากทะเลาะโมโหจริงๆ นิคลัสจะพยายามพูดให้เข้าใจ ไม่ปล่อยปัญหาให้บานปลาย ถ้ามีปัญหาต้องจับเข่าคุยกัน
อย่างเวลาทำอาหารบ้านเรา กลิ่นอาหารแรงมาก บางครั้งคุณนิคลัสก็บ่น เลยตัดปัญหาโดยการทำกับข้าวที่กลิ่นแรงๆ หรือ ตำอะไรที่กลิ่นแรงๆ ก็จะไปทำข้างนอกบ้านแทน แต่เรื่องกินยังไม่เท่าเรื่องเก็บผลไม้ คือ ที่นี่ช่วงหน้าร้อนตอนวันหยุด คนฟินแลนด์เขาจะไปบ้านพักหน้าร้อนที่ทะเลสาบ แต่เราอยากไปเข้าป่าเก็บผลไม้มากกว่า แต่เขาอยากให้พักผ่อนบ้าง ไม่ใช่เก็บทั้งอาทิตย์ ก็ไม่กี่เดือนนะเราก็อยากเก็บเพราะมันคุ้ม ไม่อยากอยู่เฉยๆ เขาเองก็เป็นคนขยัน สุดท้ายก็เก็บด้วยกัน เราจะได้มีเงินใช้เองด้วย
ปัจจุบัน "บุญศรี "รับ "น้องแจง" บุตรสาวที่ตอนนี้วัย 19 ปีแล้วมาอยู่ด้วยกันที่ต่างแดน เรียนอยู่ที่วิทยาลัยแห่งหนึ่ง เกี่ยวกับการทำขนมปังและเบเกอรี่ ตามที่แจงชอบ เป็นการเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ขึ้นมาอีกครั้ง


..................................................